Subscribe RSS

Archive for the Category "เที่ยวภาคเหนือ"

แหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานของเชียงใหม่ ต.ค. 19

เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน จึงก่อเกิดวัฒนธรรมประเพณีตลอดจนโบราณสถานอันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องสะท้อนความเป็นชนชาติสำคัญมากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะวัดสำคัญต่าง ๆ ที่เชียงใหม่มีมากจนนับไม่ถ้วนทีเดียว

วัดสวนดอกหรือวัดบุปผาราม วันสวนดอกเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนา เมื่อปี พ.ศ. 1914 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสมุน ซึ่งเป็นผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในแผ่นดินล้านนาไทย ในสมัยแรกเริ่มนั้นมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือ เจดีย์พระประธานทรงกลม นอกจากนี้ยังมีความสำคัญเป็นที่ตั้งของกู่บรรจุอัฐิเจ้านายฝ่ายเหนือตระกูล ณ เชียงใหม่ ที่เห็นตั้งเรียงรายบริเวณปริมณฑลมีกำแพงล้อมรอบนั่นเอง

ภายในวิหารวัดสวนดอกเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้วทรงให้หล่อขึ้นนอกเหนือจากลักษณะเด่นทางรูปทรงเจดีย์ทรงกลมเต็มไปหมด วัดสวนดอกแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเยื้องกับโรงพยาบาลสวนดอก ถนนสุเทพ More…

เชียงใหม่ ต.ค. 14

เชียงใหม่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือ เพราะมีสภาพธรรมชาติที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง รวมไปถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งก่อให้เกิดศิลปวัฒนธรรมประเพณีสำคัญโดดเด่น ส่งผลให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นเมืองท่อเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือ

ในจังหวัดภาคเหนือทั้งหมดเชียงใหม่ไดชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุดถึงขนาดกล่าวขวัญกันว่า เชียงใหม่วันนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรจากกรุงเทพฯ สิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ที่กรุงเทพฯ มีเชียงใหม่ก็มีเช่นกัน จนน่ากลัวว่าเชียงใหม่จะกลายเป็นกรุงเทพฯ 2 หากยังไม่สามารถวางแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจได้ในอนาคตเชียงใหม่ก็จะเป็นเมืองที่มีรถติดไม่ต่างจากกรุงเทพฯ มีควันพิษและฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่ควรจะเป็น และปัญหาเรื่องความสะอาด ซึ่งกำลังสร้างปัญหาให้เมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน More…

ปางอุ๋งหรือบ้านรวมไทย ม.ค. 16

?? ?

ปางอุ๋งที่เรา ๆ รู้จักกันนั่นก็คือหมู่บ้านกาแฟ? “บ้านรวมไทย” ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั่นเอง? ปางอุ๋งมีความสงบเงียบและร่มรื่น? บรรยากาศเหมาะกับการไปพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบและความเป็นส่วนตัว? และที่นี่ปางอุ๋งมีห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยวมีจุดจอดรถและกางเต้นท์? หากใครที่อยากจะไปพักผ่อนที่ปางอุ๋งก็ลองโทรไปสอบถามรายละเอียด

More…

น้ำตกทีลอซู พ.ย. 10

ประวัติ

ทีลอซู ได้รับการค้นพบเมื่อ 20 กว่าปีก่อน โดยพรานชาวกระเหรี่ยงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาล่าสัตว์ ก่อนที่กรมป่าไม้จะประกาศให้บริเวณนี้เป็นเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และหลังจากปี พ.ศ. 2528 ที่ อ. ปรีชา อินทวงศ์ พาบุคลากรของนิตยสารท่องเที่ยวแค้มปิ้ง เข้าไปสำรวจ น้ำตกทีลอซู ก็เป็นที่รู้จักและเป็นที่ท้าทายของนักเดินทาง “ทีลอซู” แปลว่าน้ำตกใหญ่หรือน้ำตกดำ น้ำตกนี้ซ่อนอยู่ในหลืบผาอันกว้างใหญ่ สายน้ำเกิดจากห้วยกล้อทอซึ่งมีแดนกำเนิดอยู่บนดอยผะวี แล้วไหลลงแม่น้ำแม่กลองที่ ต. แม่ละมุ้ง อ. อุ้มผาง

น้ำตกทีลอซู

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับคำกล่าวขานถึงว่าสวยงามที่สุดในเอเชียอาคเนย์ด้วยทีลอซูมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน

ระหว่าง 1 มิ.ย. – 31พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่นแต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย
นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงการใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าวอีกราว 12 กม.

แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว – ฤดูร้อนระหว่าง 1 ธ.ค. – 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม

สิ่งที่น่าสนใจ

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.8 กม.
ก่อนถึงน้ำตกจะผ่านป่าไผ่และป่าเบณจพรรณ มีดอกกกระ
เจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับ
ธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา
เมื่อถึงบริเวณน้ำตก ละอองน้ำจะฟุ้งกระจายไป
ทั่วโขดหินเบื้องล่าง มองเห็นธารน้ำตกลงมาจากผาหินปูน
ซึ่งอยู่สูงประมาณ 200 ม. ตามแนวกว้างกว่า 400 ม. ท่าม
กลางป่าครึ้ม อาจแบ่งธารน้ำตกได้เป็นสามกลุ่ม คือกลุ่ม
ด้านซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาน้ำตก) เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด
สูงที่สุด และเป็นด้านที่สวยที่สุด มีธารน้ำตกหลายสาย
ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเชิง ส่วนกลุ่มตรงกลาง สายน้ำ
ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันใกล้เคียงกบกลุ่มซ้ายมือแต่ไม่
เป็นชั้นและแคบกว่า ส่วนหลุ่มทางขวามือ สายน้ำตกมาก
หน้าผาเตี้ยกว่าสองกลุ่มแรก เมื่อมองทั้งสามกลุ่มรวมกันจะเห็น น้ำตกทีลอซู ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามเกินบรรยายจากบริเวณด้านล่างมีทางเดินไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาฝั่งตรงกันข้าม เป็นจุดที่มองเห็น น้ำตกทีลอซู ได้สวยงามและชัดเจนขึ้น ใช้เวลาเดินไปกลับกว่า 2 ชม. จึงควรจัดเวลาให้ดี โดยเฉพะผู้มาเที่ยวแบบล่องเรือและเดินป่า ควรจัดโปรแกรมพักค้างคืนบริเวณที่ทำการอย่างน้อยสองคืน

การเดินทาง

การเดินทาง รถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ ?เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง? เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร (สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถเข้าน้ำตกทีลอซูต้องติดต่อขอรับใบอนุญาตเข้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (สป. ๗) ได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผางก่อนทุกครั้ง นักท่องเที่ยวต้องยื่น สป. 7 ที่ด่านเดลอ) จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีสมรรถนะสูงเท่านั้น ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู

ที่มา : วิกิพีเดีย

เที่ยวดอยอ่างขาง ต.ค. 29

?อ่างขาง? เป็นชื่อตำบลหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ อาทิ ชายไทยภูเขาเผ่าจีฮ่อ ไทยใหย่ มูเซอดำ และปะหล่อง ภูมิประเทศเป็นหุบเขาและที่ราบขนาดใหญ่อยู่กลางหุบเขา ในอดีต ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เหล่านี้ยึดอาชีพปลูกฝิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริว่า พื้นทีนี้ภูมิอากาศหนาวเย็น และสภาพพ้นที่ไม่ลดาชันนัก จึงทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินและไร่ในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็ฯโครงการส่วนพระองค์เมื่อปี 2512 โดยใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามว่า ?สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง?
?ผัก ผลไม้ปลอดสารเคมี สตอรว์เบอร์รีหวานฉ่ำ ซาบซ่านชิมชาดี บอนไซ ดอกไม้หลากสี ธรรมชาติอากาศดี ที่นี่ อ่างขาง? คือคำขวัญของดอยอ่างขางที่ดึงดูดให้บรรดาผู้ชื่นชอบธรรมชาติและรักการดูแลตนเองเดินทางมาเยี่ยมเยือน เพราะจุดเด่นของที่นี่คือ พืชผัก ผลไม้เมืองหนาว เราขอแนะนำให้จดัโปรแกรมการเดินทางโดยเลือกพักบนดอยอ่างขาง เพื่อสัมผัสบรรยากาศ ?สวิสเมืองเหนือ? และรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพให้ครบทุกมื้อ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะคืนกำไรให้ชีวิต
ทะเลหมอกยามเช้าที่ปกคลุมยอดเขา น้ำค้างที่จับตัวอยู่บนยอดหญ้า เสียงของนกน้อยนานาชนิด ที่แข่งกันขับขานเพื่อปลุกชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ให้ออกมาประกอบอาชีพ ชาวเขาในชุดประจำเผ่าสีสันสดใส ซุกซ่อนรอยยิ้มแห่งความยินดี ต่างพร้อมใจกันต้อนรับนักท่องเที่ยว อากาศดีแบบนี้ลองตัดใจกับคาเฟอีนอย่างกาแฟที่ดิ่มเป็นประจำแล้วลองชิมชายามเช้า ที่มาจากไร่ของชาวเขาโดยตรง ชาที่ขึ้นชื่อและเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของที่นี่คือ ชาเขียว ชาพันธุ์หย่วนจืออู่หลง ชาพันธุ์เบอร์ 12 และชาลูกผสม ที่มีสรรพคุณทางการแพทย์มากมาย เช่น ชะลอความแก่ ช่วยขยายหลอดเลือด รักษาอาการเจ็บหน้าอกและกล้ามเนื้อหัวใจตีบ ช่วยละลายไขมัน ฯลฯ
ยามสายฟิตร่างกายด้วยการปั่นจักรยานเสือภูเขารอบบริเวณดอย ซึ่งเส้นทางไม่ลำบากมากนัก มีเนินเขาสลับกับทางเรียบให้ฝึกพละกำลังเป็นระยะ หรือจะลองเรียกเหงื่อด้วยการเดินป่าระยะสั้น ๆ มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทางด้วยกัน ได้แก่ เส้นทางเดินชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ซึ่งอยู่ด้านนอก ห่างจากปากทางเข้าสถานี ฯ ประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยจุดที่สูงสุดคือ เนินพันเก้า มีความสูงถึง 1,928 เมตรจากระดับน้ำทะเล นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 500-800 เมตร เพื่อไปให้ถึงยอด พร้อม ๆ กับชมความงามของกุหลาบพันปีในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ส่วนในช่วงเดือนอื่นก็มีพันธุ์ไม้แปลกตาให้ได้ชื่นชมเช่นกัน เส้นทางที่สองคือ เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ (Nature Study Trail) เป็นเส้นทางที่กำหนดขึ้นบริเวณรอบสถานีฯ มีทั้งหมด 9 เส้นทาง ต้นไม้ที่ปลูกในเส้นทางเหล่านี้เป็นต้นไม้ที่นำเข้ามาจากไต้หวันแทบทั้งสิ้น
เส้นทางแนะนำ ?ซอยดงกระถินดอย? ระยะทางโดยรวมประมาณ 200 เมตร ไม้หลักที่ปลูกได้แก่ เมเปิลไต้หวัน กระถินดอย และจัทร์ทอง และ ?ซอยสวนป่าผสม? เป็นเส้นทางที่ต่อเนื่องมากจากซอยดงกระถินดอย ไม้หลักที่ปลูกจึงเป็นประเภทเดียวกัน ระยะทางประมาณ 1,650 เมตร ถ้าเดินป่าจนเมื่อยแล้ว ลอง ?ขี่ล่อล่องไพร? (ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมที่เกิดจากม้าและลา) ชมวิถีชีวิตของไร่ชา และแปลงผักต่าง ๆ (อัตราค่าบริการอยู่ที่ 300 บาทต่อล่อหนึ่งตัว)
ยามเย็นเฝ้ารอพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขา (หลังจากที่เคยชินกับการดูพระอาทิตย์ลับของตึกคอนกรีตมานาน) ที่จุดชมวิวกิ่วลม ลานชมพระอาทิตย์อันเลื่องชื่อ จุดเด่นอีกแห่งหนึ่งนอกเหนือไปจกาธรรมชาติที่สวยงามและอากาศที่หนาวเย็น แนะนำโปรแกรมที่ ?ห้ามพลาด? นั้นคือ การทานอาหารเพื่อสุขภาพที่สโมสรอ่างขาง ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2523 โดยความร่วมมือของรัฐบาลไต้หวัน และใช้เป็นสถานที่รับรอแขกผู้มาเยือน ตัวอาคารเป็นเรือนไม้ที่ประยุกต์แบบมาจากสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ ภายในจัดที่นั่งเล่นพักผ่อนหน้าเตาผิง สโมสรอ่างขางยังมีบริการอาหารและเครื่องดื่มเคล้าเสียงดนตรีแบบเมืองเหนือ ทั้งสะล้อ ซอ ซึง
วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารของที่นี่ล้วนเป็นผลผลิตปลอดสารพิษจากในสถานีฯ แทบทั้งสิ้น คันเลือกผักสด ๆ รสชาติดีจากแปลงทดลองปลูก อาทิ เห็ดหอมสด บรอกโคลี กะหล่ำปรีรูปหัวใจ ถั่วลันเตาหวาน คะน้าดอยคำ ชาโยเต้ ยอดถั่วลันเตา ซุกินี ปวยเล้ง ผักกาดหวาน เป็นต้น รับรองได้ว่าอร่อยปลอดภัย และดีต่อสุขภาพแน่นอน
กิจกรรมภายในสถานี
สวนแปดสิบ
สวนจัดกลางแจ้งที่อยู่ด้านในสถานีฯ ตรงข้ามกับสโมสร สวนนี้ตั้งชื่อตามอายุขององค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวงคือ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ในวาระที่ทรงมีพระชันษาครบ 80 ปี โดยจะตกแต่งสวนในสไตล์อังกฤษด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวนานาชนิด เช่น กะหล่ำปลีประดับ เดซี ลินาเลีย ชบาอาบูติลอน ฯลฯ
สวนคำดอย
เป็นสวนที่รวบรวมพันธุ์ไม้ดอกตระกูลโรโดเดนดรอน (Rhododendron) หรือ ดอกคำดอย (กุหลายพันปี) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ ฮอลแลนด์ และอังกฤกษ ลักษณะเด่นของกุหลาบพันปีที่นำเข้าจะเป็นกุหลาบพันปีด่าง นอกจากนี้ยังมีการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวหลายชนิด เช่น อะซาเลีย คาเมเลีย ลาเวนเดอร์ ฯลฯ
สวนหอม
รวบรวมพันธุ์ไม้หอมทุกชนิด ทั้งพันธุ์ไม้หอมของไทยและต่างประเทศ เช่น หอมหมื่นลี้ เนสเตอเตียม คาร์เนชัน เจอราเนียม หญ้าหอม ลาเวนเดอร์ ลาเวนดริน และแมกโนเลีย (ไม้ยืนต้นตระกูลจำปีป่า)
สวนสมเด็จ
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ มายังดอยอ่างขาง และหลังจากทั้งสองพระงอค์ทรงเสร็จสิ้นภารกิจการทรงงานแล้วจะทรงประทับพักผ่อนพระอิริยาบถในสวนแห่งนี้ ลักษณะของสวนเป็นสวนหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ภายในสวนจะรวบรวมพันธุ์ไม้ประเภทฝิ่นประดับ ดอกป็อปปี้ และไม้เมืองหนาวชนิดต่าง ๆ ได้แก่ กระดุมเงิน กระดุมทอง ปักษาสวรรค์ เป็นต้น
กุหลาบอังกฤษ
เป็นกุหลาบที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษ โดยหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธนโครงการหลวง ซึ่งสายพันธุ์ที่นำเข้ามาปลูกนั้นมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และช่วงที่กุหลาบเหล่านี้จะผลิตดอกสวยที่สุดคือเดือนเมษายนของทุกปี
เรือนดอกไม้
เป็นโรงเรือนที่รวบรวมเหล่าพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่าง ๆ ไว้มากมาย อาทิ บีโกเท็น รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ดอกไม้ในสวนจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี นอกจากนี้ภายในบริเวณโรงเรือนยังมีจุดจำหน่ายผลผลิตของสถานีฯ และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ พร้อมมีมุมนั่งพักจิชาอีกด้วย
โรงเรือนทดสอบพันธุ์กุหลาบคัดดอก
คุณจะได้ชื่นชมกับกุหลาบตัดดอกสายพันธุ์จากเนเธอร์แลนด์ ที่มีสีสันสวยงามและกลิ่นหอมรอต้อนรับผู้มาเยือน
สวนบอนไซ
จัดแสดงบอนไซหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีบอนไซอายุยืนที่สุดในโลกให้ชมอีกด้วย
แปลงไม้ผลเมืองหนาว
แปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาวนานาชนิด ได้แก่ พีช บ๊วย พลับ สาลี่ พลัม กีวี ราสป์เบอร์รี บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี ตลอดเส้นทางที่ขับรถรอบบริเวณสถานีฯ คุณจะสามารถมองเห็นแปลงไม้ผลเมืองหนาวเลห่านี้ได้อย่างชัดเจน
พระตำหนัก
เป็นเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมายังสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยทั่วบริเวณจะตกแต่งด้วยพัธุ์ไม้ป่าและไม้ดอกเมืองหนาวต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมบริเวณด้านนอกของพระตำหนักได้
จุดชิมชา
ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับสวนบอนไซ ที่นี่เป็นสถานที่ผลิตชาเขียวของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ชมขั้นตอนการผลิตชา พร้อมการสาธิตวิธีการชงชา และยังได้ชิมชาอีกด้วย
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เส้นทางเหล่านี้จะอยู่ในแปลงสาธิตการปลูกป่าทดแทน เป็นเส้นทางเดินป่าระยะสั้นโดยรอบสถานีฯ ซึ่งมีทั้งหมด 9 เส้นทางด้วยกัน
โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผัก
สถานที่ที่รวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่าง ๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครลการหลวง ซึ่งมีพื้นที่ที่ใช้ปลูกผักในโรงเรือน 1,165 ตารางเมตร โดยจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม
การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ สามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) เดินทางเรื่อยมาจนถึงอำเภอเชียงดาว บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 79 จะพบทางแยก (เส้นทางหมายเลข 1 ในแผนที่) ถ้าเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกจะผ่าน ต.เมืองงาย บ้านอรุโณทัย บ้านหลวง หากยังไม่เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกหมายเลข 1 ก็ขับรถตามถนนเรื่อยมาจนถึงหลักกิโลเมตร 137 จะถึงเส้นทางหมายเลข 2 ตาที่แสดงในแผนที่ ซึ่งเส้นทางนี้จะเป็นสายหลักที่ใชกันเป็นประจำ เมื่อมาถึงปากทางขึ้นดอกย่างขางจะมีป้ายบอกด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับรถตามถนนขึ้นมาเลย ทางเส้นนี้ค่อนข้างลาดชันมาก ถ้าไม่พักค้างบนดอย แนะนำว่าอาจว่าจ้างรถคิวสองแถวหน้าปากทางให้ขึ้นมาส่งได้ แต่หากตัดสินใจจะนำรถขึ้นมาเองก็ควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เลขที่ 1 หมู่ 5 ถ.แม่งอน-อ่างขาง ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50320 โทรศัพท์ 0-53450-107-9
โทรสาร 0-53450-106 www.angkhang.com
การท่องเที่ยวดอยอ่างขาวสามารถทำได้ทั้งปี เพราะมีกิจกรรมและพืชพรรณที่หมุนเวียนออกดอกออกผลตลอดปี
กุมภาพันธ์ ? พฤษภาคม หลบไอร้อนจากเมืองใหญ่ มาปั่นจักรยานเรียกเหงื่อกันดีกว่า ที่สำคัญ ช่วงนี้ดอกเพาโลว์เนียสีม่วงอมขาวจะบานสะพรั่ง ผมไอย่างพลับและพีช ออกผลมากที่สุด
มิถุนายน ? กันยายน เมื่อสายฝนเข้ามาทักทาย ยอดอ่านใบชาและต้นไม่นานาพันธุ์จะแข่งกันผลิช่อชูใบสร้างความเขียวขจีให้ความชุ่มชื่นทั้งคนและป่าได้เป็นอย่างดี ผลไม้ที่มีในช่วงนี้คือ สาลีลูกโตและพลับ
ตุลาคม ? พฤศจิกายน อากาศจะเริ่มเย็นสบาย ไฮไลต์ทางธรรมชาติของช่วงนี้อยู่ที่ต้นเมเปิลและไม้ป่าจากช่วงเดือนที่ผ่านมาจะเปลี่ยนเป็นสีแดง อวดโฉมความงดงามอีกมุมมองหนึ่งของดอยอ่างขาง และเข้าสู่ฤดูกาลของผลไม้เมืองหนาวอย่าง กีวีและสตรอว์เบอร์รีแดงฉ่ำ เป็นโอกาสดีที่จะได้แปลงกายเป็นชาวเขาสะพายตะกร้าขึ้นหลังเก็บลูกสตรอว์เบอรีรับประทานกันสด ๆ จากไร่
ธันวาคม ? มกราคม เป็นช่วงเวลาแห่งความเย็นยะเยือก ควรเที่ยวแบบแคมปิ้งกางเต็นท์สัมผัสไอเย็น และกลิ่นหอมของสายหมอก สัมผัสปรากฏารณ์ทางธรรมชาติที่น้ำค้างจัดตัวเป็นน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า ?แม่คะนิ้ง? ดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ จะทยอยผลิดอกออกช่อ อีกทั้งต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยที่หาดูได้ยากจะออกดอกเต็มไปหมด สร้างบรรยากาศโรแมนติกได้เป็นอย่างดี

คงจะหายกังวลแล้วใช่ไหมค่ะวิธีทั้ง10 วิธีที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับดวงตาของคุณ ต่อไปว่าปัดขนตาอย่างไรไม่ให้เลอะ และดวงตาดูสวยเป็นที่สะดุดตาของคนที่มองคุณ

ที่มา : MEN’S HEALTH November 2006